พระธาตุดอยตุง


     

      บนยอดเขาสูงของดอยตุง มีทิวทัศน์สวยงามสามารถมองเห็นเทือกเขาอันสลับซับซ้อนและทิวทัศน์เบื้องล่างได้อย่ายชัดเจน ความสดชื่นของอากาศที่ได้สัมผัสระคนกับความงามอันน่าพิศวงของแมกไม้ที่กำลังเจริญเติบโตเขียวขจีไปทั่วแนวแล้วจะทำให้ได้รัความอิ่มเอิบใจไปอีกนานเท่านาน จากการสังเกตลักษณะสัณฐานที่ตั้งของดอยตุงแล้ว จะเห็นได้ว่าอยู่บริเวณส่วนท้องของดอยนางนอน

       การเข้าเยือนพระตำหนักดอยตุงนั้น ข้อพึงปฎิบัติ นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่สวมกางเกงขาสั้นหรือเสื้อไม่มีแขน เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โปรดเกล้าฯ ให้กรมชลประทานปลูกสร้างขึ้นสำหรับประทับพักผ่อนและทรงงานปลูกป่าร่วมกับโครงการพัฒนาดอยตุง โดยครั้งหนึ่งเคยรับสั่งว่า

       "ฉันจะไม่สร้างบ้านอยู่ที่นี่ ถ้าไม่มีโครงการพัฒนาดอยตุง"

      ทั้งนี้พระตำหนักดอยตุง สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซึ่งสมเด็จย่าและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการออกแบบสร้างตำหนัก โดยเน้นที่ความเรียบง่ายและประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ พระตำหนักดอยตุงเริ่มดำเนินการสร้างเมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระชนมายุได้ 88พรรษา โดยมีพิธีลงเสาเอก หรือที่ชาวภาคเหนือเรียกว่า "พิธีปกเสาเฮือน"เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2530

     สิ่งน่าสนใจภายในพระตำหนัก
ได้แก่

      - พระตำหนัก เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมล้านนา กับบ้านพื้นเมืองของสวิตเซอร์แลนต์และบ้านไม้ชงตัวอาคารมีสองชั้นและชั้นลอย ที่ประทับชั้นบนแยกออกเป็นสี่ส่วน โดยทุกส่วนจะเชื่อมถึงกันหมด เป็นอาคารหลังเดียวเสมอกับลานกว้างของยอดเนินเขา ส่วนชั้นล่างเกาะอยู่กับไหล่เนินเขาลักษณะเด่นของพระตำหนักอยู่ที่กาแลและเชิงชายแกะสลักลายเมฆไหลรอบพระตำหนัก และที่ผนังเชิงบันไดแกะเป็นตัวพยัญ ชนะไทยพร้อมภาพประกอบ

      - เพดานดาว ภายในท้องพระโรงจะเห็นเพดานดาว ทำด้วยไม้สนแกะสลักเป็นดาวกลุ่มต่างๆ ล้อมรอบระบบสุริยะจักรวาล และมีความพิเศษคือเป็นกลุ่มดาวที่แกะสลักดามองศาของวันที่ 21 ต.ค. พ.ศ. 2443 อันเป็นวันพระราชสมภพของพระองค์

      - ระเบียงไม้ดอก ต้านหลังพระตำหนักดอยตงเป็นระเบียงยาว โดยขอบระเบียงมีกระบะปลูกไม้ดอก เช่น เจอเรเนียม บีโกเนีย บานไม่รู้โรย และโป็ยเซียน ฝั่งเฉลียงอันเป็นที่ประทับของสมเด็จย่าเป็นดอกไม้สีแดง ทั้งนี้เพราะพระองค์โปรดสีแดงมากส่วนเฉลียงทางห้องของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เป็นดอกไม้สีน้ำเงินเป็นหลัก จากเฉลียงด้านหลังนี้สามารถมองเห็นสวนแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้ต้นไม้นานาพรรณ

      สวนแม่ฟ้าหลวง

       อยู่ด้านหน้าพระตำหนักดอยตุง เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 บนพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ สวนแม่ฟ้าหลวงได้รับการออกแบบให้มีดอกไม้ผลิบานสวยงามตลอด 365 วัน โดยจัดแต่งดอกไม้หลากหลายพันธุ์นับหมื่นดอกหมุนเวียนให้สวยงามไม่ซ้ำกันตลอดทั้งสามฤดู ประกอบกับงานประติมากรรมเด็กยืนต่อตัวโดดเด่นอยู่กลางสวน ฝีมือประติมากรชื่อดังของไทยคือคุณมีเซียม ยิบอินซอย ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อเป็นว่า "ความต่อเนื่อง" ตรงกับพระราชดำริของสมเด็จย่า

      "ทำงานอะไรก็ตามจะสำเร็จได้ต้องมีความต่อเนื่อง"

สนับสนุนรูปภาพสวย ๆ ข้างบนโดย ช่างพงศกร ร้านพีเค สตูดิโอ 089-9993018

      ปัจจุบันภายในสวนแม่ฟ้าหลวงได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 13 ไร่ โดยทำเป็นสวนหิน สวนน้ำ สวนไม้มงคล สวนปาล์ม สวนไม้ใบและสวนไม้ดอกเมืองหนาว รวมเนื้อที่ทั้งหมดเป็น 25 ไร่ภายนอกสวนได้จัดทำเป็นร้านขายของที่ระลึกของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และยังมีพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย

      ร้านอาหารและกาแฟสด

       ร้านอาหารบนดอยตุงขึ้นชื่อมากเรื่องสลัดผักสด มีผักเมืองหนาวให้เลือกชมหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ โดยเฉพาะในฤดูหนาว รวมทั้งเห็ดหอมสดผัดน้ำมันหอย เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันนอกจากนั้นนักท่องเที่ยวควรลองชิมกาแฟสดพันธุ์อาราบิก้าของดอยตุงที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นกาแฟคุณภาพดีเยี่ยม ผ่านวิธีคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ตามมาตรฐาน การคั่วบดได้ที่ มีการทดสอบกลิ่นและรสก่อนทีจะนำมาขาย จึงมั่นใจได้ว่าได้ดื่มกาแฟที่มีรสชาติและกลิ่นดีที่สุด

      สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง

      ในอดีตบริเวณดอยช้างมูบเคยเป็นป่าอุดมสมบูรณ์มีภูมิทัศน์โดยรอบงดงามมาก แต่ถูกทำลายจากการทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่นเช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนใหญ่บนดอยตุง เมื่อครั้งที่สมเด็จพรัศรีนครินทราฯ เสด็จมาที่นี่เป็นเพียงภูเขาที่มีแต่หญ้าปกคลุม พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นความงดงามของพื้นที่นี้ จึงมีพระประสงค์ที่จะฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ดังเดิม ในปี พ.ศ.2535 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้สนองพระราชดำริสร้างสวนรุกขชาติพื้นที่ 250 ไร่บนดอยช้างมูบโดยรวบรวมพันธุ์ไม้พื้นเมืองและพันธ์ไม้ป่าหายากจากแหล่งต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก เช่น สวนกุหลาบพันปี กล้วยไม้ดิน พญาเสือโคร่ง และป่าสนและยังได้ทำเส้นทางเดินลัดเลาะไปตามไหล่เขาเพื่อชมต้นไม้ดอกไม้ จนไปถึงเนินสูงสุดที่มีระเบียงชมวิว มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลไปจนถึงชายแดนพม่าและลาว ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ และธารน้ำไหลที่มีชื่อว่า "ธารน้ำพระราชหฤทัยสมเด็จย่า"นั่นหมายถึงน้ำพระทัยของสมเด็จย่าที่หลั่งรินไม่เหือดแห้งสู่ราษฎรผู้ยากไร้เปรียบประหนึ่งน้ำจากยอดดอยที่ไหลสู่ที่ราบอย่างไร้พรมแดน บริเวณด้านหน้าของสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงเป็นที่ตั้งของพระสถูปช้างมูบ ปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์ขนาดเล็กตั้งอยู่บนก้อนหินใหญ่ ลักษณะเหมือนช้างหมอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

      ตลาดชาวไทยภูเขาป่ากล้วย

      เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าของชาวไทยภูเขาเผ่าอีก้อและมูเชอ สินค้าที่จำหน่ายเป็นพวกเครื่องประดับ เครื่องเงิน ย่าม เสื้อผ้าของที่ระลึก ฯลฯ

      สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง

      เป็นสวนสัตว์บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานีเพาะเลี้ยงและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า โดยนำสัตว์ต่าง ๆ ทั้งที่เคยมีถิ่นอาศัยอยู่บนดอยตุงและสัตว์หายากมาเพาะเลี้ยงไว้ เช่น กวาง เก้ง เนื้อทราย หมี นกยูง ไก่ฟ้าพญาลอ นกเงือก ฯลฯ สามารถเดินดูชีวิตสัตว์ป่าเหล่านี้ได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม

      หมู่บ้านชาวไทยภูเขา

      ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงมีหมู่บ้านชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่หลายเผ่า ปัจจุบันชาวบ้านเหล่านี้ตั้งรกรากเป็นหลักแหล่ง แต่ละหมู่บ้านมีเอกลักษณ์และการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันไป บางส่วนเข้ามาทำงานและฝึกอาชีพกับโครงการพัฒนาดอยตุง ทำให้มีรายไต้และคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของเผ่าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

      หมู่บ้านชาวไทใหญ่บ้านห้วยน้ำขุ่น

      อยู่บริเวณ กม. ที่ 2 ที่นี่ถือได้ว่าเป็นประตูไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวในโครงการพัฒนาดอยตุง เป็นหมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยที่อพยพมาจากพม่ามาอยู่ที่บ้านห้วยน้ำขุ่นเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่ผ่านมา

      หมู่บ้านชาวจีนฮ่อบ้านห้วยไร่สามัคคี

      อยู่บริเวณ กม. ที่ 3.5 เป็นหมู่บ้านชาวจีนฮ่อที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย และส่วนหนึ่งอพยพมาอยู่ที่บ้านห้วยไร่สามัคคี

      หมู่บ้านอีก้อป่ากล้วย

      อยู่บริเวณ กม. ที่ 12 เป็นชาวไทยภูเขาที่อยู่ในพื้นที่นี้มานานแล้ว ในอดีตประกอบอาชีพปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ก่อนที่โครงการพัฒนาดอยตุงจะเข้ามาพัฒนาพื้นที่

      ศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ

      ที่นี่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้แม่บ้านและสตรีชาวไทยภูเขาบนดอยตุงได้มีอาชีพเสริม โดยจัดแบ่งพื้นที่ภายในศูนย์เป็นแผนกต่างๆ เพื่อจัดจำหน่ายและผลิตสินค้า ได้แก่

       - ผ้าและพรมทอกี่
       - พรมทอมือ
       - กระดาษสา
       - โรงงานกาแฟ

หมายเลขไอพีของคุณข้างบนได้ถูกบันทึกไว้แล้ว
FM 102.00
(Tel. 053-732048)
92.00 Hot Station
(Tel. 053-644960)
99.25 Newwave
Radio
(Tel.053-733555)
วิทยุท้องถิ่นไทย
MS Radio
(Tel.053-645200)
รวมเว็บไซต์สำคัญในจังหวัดเชียงราย

ททท ภาคเหนือเขต 2 | เทศบาลนครเชียงราย | จังหวัดเชียงราย | อี-เชียงราย | สวท.เชียงราย | พระตำหนักดอยตุง | เชียงรายทูเดย์ | ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน | ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย | เซ็น อุทยานสวนชา | ท่องเที่ยวชนเผ่า | มูลนิธิกระจกเงา | วัดร่องขุ่น | วนา ฟาร์มนกกระจอกเทศ | อุทยานแห่งชาติ | เชียงรายโฟกัส | เจียงฮายสะปายกล้อง |สถานีขนส่งแห่งที่ 2

eXTReMe Tracker
Copyright ? 2009 http://www.lovemaesai.com.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form

สงวนสิทธิ์ทุกข้อความ / รูปภาพ หากต้องการข้อมูลภายในเว็บไซต์กรุณาติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ EMAIL