อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มี 8 ตำบล 87 หมู่บ้าน หมู่บ้านที่มีไทลื้ออาศัยอยู่ได้แก่
1. ต.แม่สาย

        1. หมู่ 1 บ้านเหมืองแดงใต้
        2. หมู่ 2 บ้านเหมืองแดง
        3. หมุ่ 3 บ้านสันผักฮี้
        4. หมู่ 6 บ้านป่ายาง
        5. หมู่ 7 บ้านเกาะทราย
        6. หมู่ 8 บ้านป่ายาง
        7. หมู่ 9 บ้านสันทรายผักฮี้
        8. หมู่ 10 บ้านไม้ลุงขน
        9. หมุ่ 11 บ้านสันทราย
        10.หมู่ 13 บ้านเหมืองแดงปิยะพร
2. ต.เวียงพางคำ
        1. หมู่ 1 บ้านถ้ำผาจม
        2. หมู่ 3 บ้านเวียงพาน
        3. หมู่ 4 บ้านป่ายาง
        4. หมู่ 5 บ้านป่าเหมือด
        5. หมู่ 9 บ้านป่าเหมือด
3. ต.เกาะช้าง
        1. หมู่ 2 บ้านสันนา
        2. หมู่ 3 บ้านสันบุญเรือง
        3. หมู่ 5 บ้านร้องพระเจ้า
4. ต.ศรีเมืองชุม
        1. หมู่ 9 บ้านศรีป่าสัก
5. ต.บ้านด้าย
6. ต.โป่งผา
7. ต.โป่งงาม
        1. หมู่ 4 บ้านถ้ำ
8. ต.ห้วยไคร้
        1. หมู่ 2 บ้านห้วยไคร้
        2. หมู่ 6 บ้านห้วยไคร้
รวมทั้งหมด 25 หมู่บ้าน มีหมู่บ้านสันบุญเรืองที่เดียว ที่เป็นไทลื้อทั้งหมู่บ้าน นอกนั้นปะปนกันอยู่

        ก่อนปี พ.ศ. 2535 ไทลื้อแม่สายไม่ค่อยกล้าแสดงตัวเองนัก ว่าเป็นไทลื้อ สังเกตได้จากเสียง สำเนียงการพูด บางคนพูดภาษาตัวเองไม่เป็น หรือเป็นแต่ไม่กล้าพูด กลัวว่าสังคมจะไม่ยอมรับ จึงพยายามพูดภาษาเมืองท้องถิ่น เพื่อให้กลมกลืนกับสังคมท้องถิ่นมากที่สุด เพราะไทลื้อส่วนมากไม่มีเอกสารทางราชการ หรือบัตรประจำตัวประชาชน เรียนจบก็ไม่ได้รับใบประกาศ เดินทาง ค้าขาย ทำงาน หรือเยี่ยมญาติต่างอำเภอก็ยากลำบากไม่สะดวก ต้องอยู่ในพื้นที่ควบคุม แต่ก็น่ายกย่องชมเชยไทลื้อ ที่มีความมุมานะ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบอาชีพ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว ดำรงตนอย่างเพียงพอ และรักชาติกำเนิด รักแผ่นดินถิ่นอาศัย ทำให้ไทลื้อเป็นที่ยอมรับของสังคมตลอดมา

        ต่อมาปีพ.ศ. 2535 คุณ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ส.ส. จังหวัดพระเยาสมัยนั้น ซึ่งท่านมีเชื้อสายไทลื้อ ได้นำปัญหาไทลื้อที่ไม่มีบัตรประจำตัว ตกสำรวจ นำเรียนที่ประชุมครม. จึงมีมติออกมาให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำรวจตรวจสอบ จัดทำประวัติข้อมูลตัวบุคคลไทลื้อตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไทลื้อต่างมีความปิติยินดีกันทั่วหน้า มีความหวังขึ้นมาว่า ต่อไปจะได้ลืมตาอ้าปาก มีฐานะครอบครัวที่มั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจะได้มีโอกาสร่วมสร้างสรรสังคมตลอดจนประเทศชาติด้วยความเต็มภาคภูมิ ตามที่ได้มีความหวัง และตั้งปณิธานเอาไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อทดแทนคุณแผ่นดินไทย

        ปีพ.ศ. 2537 ทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ออกบัตรไทลื้อ สีส้มให้ และในปีเดียวกัน บุตรหลานไทลื้อที่เกิดในประเทศไทย ก็ได้ยื่นคำร้องขอสัญชาติไทย ส่วนผู้ที่เกิดนอกประเทศได้รับสถานะต่างด้าวเข้าเมือง โดยถูกต้องตามกฏหมาย

        ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมาบุตรหลานไทลื้อก็ทยอยได้รับสัญชาติไทยเรื่อยมา ต่างมีความรู้สึกปลาบปลื้มปิติยินดีทั่วหน้าที่ได้รับสิทธิ์เป็นคนไทย ด้วยพระมหากรุษาธิคุณในองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินีนาถ และรัฐบาลไทย แต่ส่วนหนึ่งที่ยังตกค้าง ตกสำรวจไม่ได้ถ่ายบัตรไม่ได้สัญชาติไทย ก็ตั้งความหวังและรอคอย โดยไม่ย่อท้อ จะได้สัญชาติหรือไม่ก็จะทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดี สรรสร้างสังคม ตลอดจนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อประเทศชาติบ้านเมือง ให้มีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไปเหมือนประชาชนคนไทยทั่วไปโดยไม่ท้อแท้

        ปีพ.ศ. 2539 ได้ก่อตั้งกลุ่มไทลื้อเล็ก ๆ ขึ้นมาในหมู่บ้านเหมืองแดงปิยะพรหมู่ที่ 1 สมัยนั้นมีนายทูล วงศ์ษาริเริ่มรวบรวมไทลื้อในหมู่บ้านเป็นสมาชิกกลุ่มจำนวน 14 ครัวเรือน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2539 ใชื้ชื่อกลุ่มว่า "กลุ่มไทลื้อสามัคคีบ้านปิยะพร" ต่อมาได้ช่วยเหลือกันในหมู่สมาชิก มีความสมัครสมานสามัคคีเป็นกลุ่มก้อนดี เป็นที่ยอมรับของคนในหมู่บ้าน และยังได้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในระดับหมู่บ้าน และอำเภอ ด้วยการเล็งเห็นความเป็นปึกแผ่น ความสมัครสมานสามัคคีของกลุ่มไทลื้อสามัคคีบ้านปิยะพร ด้วยเหตุดังกล่าวนายทูล วงศ์ษา คุณลุงวงค์ ท้าวราช จึงได้เชิญไทลื้อที่เป็นแกนนำในหมู่บ้านจำนวน 11 หมู่บ้านร่วมกันประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการรวมกลุ่ม จัดตั้งเป็น ชมรมไทลื้อแม่สาย เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 ก็รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากพี่น้องไทลื้อทุกหมู่บ้าน จึ่งได้เลือกคณะกรรมการบริหารประสานงาน
        1. คุณลุงวงค์ ท้าวราช บ้านป่าเหมือดเจมสโตน ม. 5 เป็นประธาน
        2. นายหลแก้ว หมื่นศรี บ้านผาแตก ม.10 ต.เวียงพางคำ เป็นรองประธาน
        3. นายตาล ยินดี บ้านห้วยไคร้ ม.2 ต.ห้วยไคร้ เป็นรองประธาน
        4. นายทูล วงศ์ษา บ้านปิยะพร ม.1 ต.แม่สาย เป็นเลขานุการ
        5. คุณลุงดี สิทธิวงศ์ศรี บ้านไม้ลุงขน ม. 10 ต.แม่สาย เป็นเหรัญญิก
        6. นายพรหม เจริญศรี บ้านเหมืองแดง ม. 2 ต.แม่สาย เป็นผู้ช่วยเหรัญญิก
        7. นายอนันต์ อินท์วงค์ บ้านเกาะทราย ม. 7 เป็นฝ่ายวัฒนธรรม
        8.นาคคำ อินแสง บ้านเกาะทราย ม.7 เป็นผู้ช่วยฝ่ายวัฒนธรรม
        9. นางจันดี แสนสิทธิ์ บ้านไม้ลุงขน ม.10 เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์
        10.นางดาคำ คำผาย (เสียชีวิตแล้ว) บ้านไม้ลุงขนหมู่ที่ 10 เป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์
        11.นายปุ๊ด แก้วทา บ้านถ้ำผาจม หมู่ที่ 1 ต.เวียงพางคำ ประสานงาน
        12.นายคำ แสงแก้ว บ้านป่าเหมือด หมู่ที่ 5 ต.เวียงพางคำ กรรมการ
        13.นายบุญปั๋น ไชยศรีพรหม บ้านศรีป่าสัก ต.เกาะช้าง กรรมการ
        14.นายแดง คำเงิน บ้านป่ายางหมู่ที่ 4 ต.เวียงพางคำ กรรมการ
        15.นายดา ทรายมงคล บ้านป่ายางหมู่ที่ 8 ต.แม่สาย กรรมการ

        ร่วมกันบริหารงาน ขณะที่ลุงวงศ์ ท้าวราชเป็นประธานได้นำสมาชิกชมรมไทลื้อเดินทางไปร่วมงานสืบสานตำนานไทลื้อปีที่ 3 ประจำปี 2541 ที่วัดพระธาตุสบแวน ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เป็นปีที่ 1 ไทลื้อแม่สายได้มีโอกาสร่วมงาน ขณะไปร่วมงานก็ได้ปรึกษาเรื่องการก่อตั้งชมรมไทลื้อแม่สายและอีกหลาย ๆ เรื่องกับท่าน ส.ส.ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตำแหน่งสมัยนั้น อ.ยุทธพล อุ่นตาล และอีกหลายท่าน

        ปี พ.ศ.2544 หลังจากไทลื้อแม่สายได้ส่งต้วแทนจำนวน 14 คน ไปอบรมเสวนาส่งเสริมวัฒธรรมไทลื้อในล้านนา ที่วัดหย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เมื่อวันที่ 22-23 กันยายน 2544 ต่อมาวันที่ 8 ตุลาคม 2544 ได้เลือกตั้งคณะกรรมการชมรมไทลื้อแม่สายชุดใหม่โดยมีที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์เจ้าคณะอำเภอแม่สาย เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสทุกหัววัดที่มีไทลื้ออยู่เป็นที่ปรึกษา

        ที่ปรึกษาฝ่านฆราวาสมี นายเดชา สัตถาผล นายอำเภอแม่สายสมัยนั้น เป็นประธานที่ปรึกษา ประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านที่มีไทลื้ออยู่ โดยเฉพาะนายมีชัย เสริมสุขรัตนกุลผู้ใหญ่บ้านเกาะทราย ประธานองค์การบริหารส่วนตำบลทุกองค์การ ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู อาจารย์ทุกโรงเรียนที่มีไทลื้ออยู่เป็นที่ปรึกษา กรรมการบริหารประกอบด้วย
        1.นายอนันต์ อินวงศ์ ประธาน
        2.นายพรหมมา เจริญศรี รองประธาน
        3.นางจุรีรัตน์ หงษ์คำ รองประธาน (ต่อมาขอลาออกเปลี่ยนนายอุ่น ธรรมชัย เป็นรองประธาน)
        4.นายทูล วงศ์ษา เลขานุการ
        5.นางบัวไข สิทธิ์วงค์ศรี เหรัญญิก (ต่อมาได้ลาออก นางวรรรณา แสนสิทธิ์ เป็นแทน)
        6.นายแก้ว ดวงดี ฝ่ายประชาสัมพันธ์
        7.นายปุ๊ด แก้วทา ผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์
        8.นายคำ อินแสง ฝ่ายปฏิคม (ต่อมาได้ลาออก นายสิงห์คำ วงค์ราษฏร์ เป็นแทน)
        9.นายแก้ว จันทร์พร หัวหน้าฝ่ายวัฒนธรรม
        10.นายขุง ไชยวงศ์ ผู้ช่วยเหรัญญิก
        11.นายธวัฒน์ ใจดี ผู้ช่วยปฏิคม
        12.นายนวล คำผาย ฝ่ายศิลปะการแสดง
        13.นายปุ๊ก ลือคำ ผู้ช่วยฝ่ายศิลปะการแสดง
        14.นางจันทร์ดี แสนสิทธ์ ผู้ช่วยปฏิคม
        15.นายหล้า พรหมปั๋น ฝ่ายทะเบียน
        16.นายก๋อง ไชยวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการ
        17.นายทรงศักดิ์ อินคำ ผู้ช่วยฝ่ายทะเบียน
        18.นางเครือวัลย์ ยานะ ผู้ช่วยปฏิคม

        ร่วมกับกรรมการหัวหน้าไทลื้อ 25 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 2 ท่านร่วมกันบริหารงานมาตลอด และมีพี่น้องไทลื้ออำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่ฟ้าหลวงอำเภอใกล้เคียงสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้น ตามลำดับ เป็นจำนวน 1,684 ครัวเรือน ใน 25 หมู่บ้าน 8 ตำบล อ.แม่สาย จ.เชียงราย
        มีสมาชิกรวม 7,704 คน
        หญิง 4,467 คน
        ชาย 3,237 คน

        เมื่อมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ปี 2545 แต่ไม่มีหมู่บ้านไทลื้อที่จะรักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณี ของตนเอง นายทูล วงศ์ษา ซึ่งมีแนวความคิดที่อยากจะมีหมู่บ้านไทลื้อให้ไทลื้อมาอยู่รวมกันเพื่อสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี เอกลักษณ์ไทลื้อของบรรพบุรุษในอำเภอแม่สาย นายอนันต์ อินวงศ์ นายทูล วงศ์ษา นายแก้ว จันทร์พร ทั้ง 3 ท่านจึงได้แสวงหาที่ดินหลายที่ ต่อมาจึงมาได้ที่ที่ของคุณทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน มีพื้นที่ 44 ไร่ โดยกันไว้สร้างอาคารศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ 3 ไร่ แบ่งให้สมาชิกโครงการจับจองสร้างบ้านจำนวน 135 แปลง โดยเปิดตัวโครงการเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2536 เพื่อสร้างเป็นหมู่บ้าน ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ และจะพัฒนาไปสู่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอแม่สายต่อไป ตามคำแนะนำของนายอำเภอแม่สาย เดชา สัตถาผลในขณะนั้น

        ขณะที่นายอนันต์ อินวงศ์เป็นประธานก็ได้นำสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนหมุ่บ้าน อำเภอ และต่างจังหวัด และขาดไม่ได้เลย คือไปร่วมงาน "สืบสานตำนานไทลื้อ" ที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งเคยปฏิบัติมาเป็นประเพณีทุกปี พร้อมทั้งเห็นการดำเนินการจัดงานทุกครั้งยิ่งใหญ่สุดอลังการ จึงเป็นเหตุที่พี่น้อง ชมรมไทลื้อเชียงคำ ภูซาง สู่พี่น้องชมรมไทลื้ออำเภอแม่สาย เพื่อหารือต้อนรับมหกรรมงานสืบสานวัฒนธรรมเป็นหกประเพณีสืบไปตามวาระ

        การจัดงานสืบสานตำนานไทลื้อ 9 ปีที่ผ่านมาจะจัดงานที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ในเดือนมีนาคม ของทุกปี จะมีพี่น้องไทลื้อ 6 จังหวัดภาคเหนือ 20 กว่าอำเภอเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่นั้น

        สำหรับงานปีที่ 9 ประจำปี 2546 จากการประเมินผลของกรรมการ ปรากฏมีคนไปเที่ยวงานน้อยลงที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบร่วมกันว่าควรจัดงานสัญจรไปตามจังหวัดต่าง ๆ โดยเน้นจังหวัดที่มีไทลื้ออาศัยอยู่ จึงเป็นเหตุให้ที่ประชุมลงมติให้พี่น้องไทลื้อแม่สาย เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานสืบสานตำนานไทลื้อครั้ที่ 10 ระหว่างวันที่ 21-22 มีนาคม 2547 ณ ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้ออำเภอแม่สาย

        วัตถุประสงค์ของการจัดงาน
        1.เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างเยาวชนรุ่นหลัง กับบรรพชนไทลื้อโดยใช้กิจกรรมทางวัฒนธรรมเป็นสื่อกลาง
        2.เพื่อส่งเสริมปลุกจิตสำนึกในความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
        3.เพื่อฟื้นฟู สืบสาน และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทลื้อ โดยสร้างกิจกรรมสาธิตที่เป็นรูปแบบเพื่อให้การเรียนรู้ และนันทนาการ
        4.เพื่อประสานความสมานฉันท์ระหว่างกลุ่มชนไทลื้อในชุมชนต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดความสำนึกในเผ่าพันธ์เครือญาติ
        5.เพื่อประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทลื้อในชมรมให้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอแม่สาย

        โดยได้รับความช่วยเหลือสนับสนุน จากคณะกรรมการสมาคมไทลื้อเชียงคำ-ภูซาง นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และนายบุญรัตน์ วงศ์ใหญ่ นายกสมาคมไทลื้อแห่งประเทศไทย นายเลือดไท วงศ์ใหญ่ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพะเยา อุปนายกสมาคมไทลื้อ อำเภอเชียงคำ-ภูซาง อาจารย์วราภรณ์ วงศ์ใหญ่ เลาขานุการสมาคมไทลื้อเชียงคำ-ภูซาง จังหวัดพะเยา นายศานิต บุญเรือง นายอำเภอแม่สาย ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เทศบาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ชมรมฯ สมาคม ห้างร้าน นายบุญส่ง ยอดเชียงคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน มิตรภาพที่ 169 ปลัดนพรัตน์ ศุภกิจโกศล งานปกครองอำเภอแม่สาย และผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนอุปถัมภ์ทุกท่าน โดยเฉพาะคณะกรรมการ สมาชิกชมรมไทลื้อแม่สายทุกท่านทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเข้มแข็ง


        

      ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่


  ไลฟ์สไตล์

 

 

eXTReMe Tracker

บันทึกข้อมูลโดย Webmaster Lovemaesai 16 สิงหาคม 2547
ไม่สงวนสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม