ดอยเวา...ดอยแมงป่องช้าง


      ต่อมานายบุญยืน ศรีสมุทร คฤบดีอำเภอแม่สายนี้ ร่วมกับพระภิกษุดวงแสง รัตนมณี เชื้อชาติไทลื้อ อยู่เมืองลวง เขตสิบสองปันนา พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ผู้มีใจศรัทธา บูรณะขึ้นอีก จัดสร้างขึ้นตามแบบล้านนาไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร ในการขุดแต่งก่อนบูรณะได้พบพระสาริกธาตุในผะอบหินคำ 5 องค์ ผะอบใหญ่ขนาดไข่เป็ด จึงบรรจุใฐานพระเจดีย์ที่เดิม วางศิลาฤกษ์ ก่อองค์พระเจดีย์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2498 มีคณะศรัทธาจากหัววัดในอำเภอแม่สาย เชียงแสน แม่จัน เชียงราย พาน แม่สรวย และฝั่งท่าขี้เหล็ก รวม 58 หัววัด นำเครื่องไทยธรรมมาถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
คำว่าเวา แปลว่าแมลงป่องช้าง ชะรอยองค์เวา เมื่อทรงพระเยาว์จะชอบขุดรูแมลงป่องช้างเล่น จึงมีพระนามอย่างนั้น

      ปัจจุบัน บนพระธาตุดอยเวาได้จัดตกแต่งให้มีความร่มรื่นเป็นอันมาก มีรูปปูนปั้นแมงป่องช้าง (แมงเวา) ตัวขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่

      บริเวณลานกว้างทางด้านเหนือขององค์พระเจดีย์ มีอนุสาวรีย์ของ พระนเรศวรมหาราช พระสุพรรณกัลยา และพระเอกาทศรสประดิษฐานอยู่เคียงข้างกัน โดยอนุสาวรีย์ทั้ง 3 พระองค์สร้างขึ้นตามความตั้งใจของหลวงปู่โง่น โสรโย แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร

      รวมทั้งมีปราสาทไพชยนต์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประกาศถึงคุณงามความดี และเพื่อสักการะพระอินทร์ (องค์อัมรินทราธิราช) ซึ่งร่วมสร้างกันหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน คหบดีของอำเภอแม่สาย ฯลฯ

ประวัติหลวงปู่โง่น โสรโย

       หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2447 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เวลา 5.58 น. บนแพกลางลำน้ำปิง บิดาเป็นหัวหน้าล่องแพไม้ซุง มารดาเป็นชาวลำพูน เมื่ออายุได้ประมาณ 10 ปี ซาโต้โมมอง เลขานุการข้าหลวงใหญ่ชาวฝรั่งเศสประจำอินโดจีนรับตัวเป็นบุตรบุญธรรม และได้ศึกษาที่ต่างประเทศจนจบปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยในเยอรมัน สามารถพูดได้ถึง 7 ภาษา เดิมนับถือศาสนาคริสต์

       ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา โดยได้รับแรงบันดาลใจและเห็นแบบอย่างที่ดีจากครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ท่านได้เคยธุดงค์ผ่านหลายประเทศ ได้ต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย ท่านยังได้สร้างพระพุทธวิโมกข์อีกจำนวนมาก ซึ่งนับประมาณมิได้ เพื่อเผยแพร่จรรโลงไว้ในพุทธศาสนา ท่านเป็นพระภิกษุที่ยอมเสียสละทั้งกำลังกายกำลังใจ กำลังทรัพย์ในการทำความดีโดยมิได้หวังสิ่งตอบแทน นับว่าท่านเป็นเกจิมหาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและมีความมุ่งมั่นสูงมาก ท่านได้มรณภาพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2542 สิริอายุรวม 95 ปี รวม 64 พรรษา

       เหตุที่นำพระบรมรูปทั้งสามพระองค์มาประดิษฐานบนพระธาตุดอยเวาแห่งนี้ สืบเนื่องมาจากนิมิตรของหลวงปู่โง่น โสรโย ที่ได้แยกกายแฝงสนทนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยกับพระนางสุพรรณกัลยา วีรสตรีไทยที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง และเกิดแรงบันดาลใจ จึงได้อัญเชิญพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาประดิษฐานที่แห่งนี้ ณ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ต่อมาได้อัญเชิญพระบรมรูปของมเด็จพระเอกาทศรถ และพระนางสพรรณกัลยามาประทับเรียงกันสามพระองค์ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 และผินพระพักตร์ไปยังประเทศพม่า ที่มีพระบรมรูปของบุเรงนองประทับหันหน้ามายังฝั่งไทย ทั้งนี้เพื่อนให้ทั้งสี่พระองค์ได้ระลึกถึงสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและพม่า ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดความรุ่งเรืองสืบมา

รวมเว็บไซต์สำคัญในจังหวัดเชียงราย

ททท ภาคเหนือเขต 2 | เทศบาลนครเชียงราย | จังหวัดเชียงราย | อี-เชียงราย | สวท.เชียงราย | พระตำหนักดอยตุง | เชียงรายทูเดย์ | ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน | ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย | เซ็น อุทยานสวนชา | ท่องเที่ยวชนเผ่า | มูลนิธิกระจกเงา | วัดร่องขุ่น | วนา ฟาร์มนกกระจอกเทศ | อุทยานแห่งชาติ | เชียงรายโฟกัส | เจียงฮายสะปายกล้อง |สถานีขนส่งแห่งที่ 2

eXTReMe Tracker
Copyright ? 2009 http://www.lovemaesai.com.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form

สงวนสิทธิ์ทุกข้อความ / รูปภาพ หากต้องการข้อมูลภายในเว็บไซต์กรุณาติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ EMAIL