การละเล่นของคนล้านนา


ปูชา (ออกเสียง-ปู๋จา) มีจังหวะช้า ใช้ฆ้องโหม่งและฆ้องหุ่ยประกอบ
สะบัดชัย มีจังหวะปานกลาง ใช้ฆ้องโหม่ง ฆ้องหุ่ย และฆ้องเล็กประกอบ
ล่องน่าน มีจังหวะเร็ว ใช้ฆ้องเล็กประกอบ
- ตีในงานบุญ เช่น งานสลากภัตต์ ลักษณะนี้จะตีทั้งกลองใหญ่และลูกตุบ จังหวะเร่งเร็วเสมอต้นเสมอปลาย โดยมีคนใช้แส้ไม้ไผ่ที่เรียกว่า 'ไม้แสะ' ฟาดหน้ากลองให้จังหวะ แต่ไม่มีฉาบและฆ้องประกอบ
ลักษณะการตีดังกล่าวทั้งหมดเป็นการตีอยู่กับที่ ภายหลังเมื่อเข้าขบวนแห่ก็ได้ใช้จังหวะหรือทำนอง 'ล่องน่าน' โดยมีไม้แสะตีประกอบด้วย ต่อมานิยมใช้จังหวะหรือทำนอง 'สะบัดชัย' ไม่ใช้ไม้แสะ
ลีลาการตี
ลีลาการตีแต่เดิมมีลีลาออกชั้นเชิงชาย เพราะการตีกลองเป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น การออกลวดลายหน้ากลองของผู้ตีก็เพื่อแสดงให้เห็นความสามารถในชั้นเชิงการต่อสู้ของตน ในขณะที่มีจังหวะการตีควบคุมอยู่ การออกอาวุธขณะตีอยู่กับที่ในหอกลอง นอกจากไม้ตีที่เรียกว่า 'ค้อน' แล้ว ยังใช้อวัยวะส่วนบนที่เป็นอาวุธได้ เช่น หัว ศอก กำปั้น ประกอบด้วย แต่อวัยวะดังกล่าวจะไม่ให้สัมผัสหน้ากลองเลย เพียงทำท่าทางเท่านั้น เพราะถือกันว่า กลองเป็นของสูงและศักดิ์สิทธิ์ เมื่อกลองสะบัดชัยเริ่มเข้าขบวนแห่ อวัยวะเบื้องล่างที่เป็นอาวุธได้เช่น เท้า เข่า ก็เริ่มมีบทบาทแต่ยังอยู่ในลักษณะเดิม คือเพียงทำท่า ไม่ได้สัมผัสหน้ากลองนอกจากไม่ตี
เมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา มีคนเห็นว่าการทำท่าเงื้อง่าจะใช้ศอก เท้า เข่า หมัด ไม่สัมผัสหน้ากลองมีค่าเท่ากับให้สัมผัสเหมือนกัน จึงใช้อวัยวะดังกล่าวสัมผัสเต็มที่ ลีลาโลดโผนเข้มข้นยิ่งขึ้น จนหลายคนที่ไม่เห็นด้วยเรียกการตีลักษณะนี้ว่า 'กลองรุงรัง' กลองลูกตุก็ตัดออก ด้วยเห็นว่าไม่จำเป็นและเกะกะไม่สะดวกต่อการตีแบบโลดโผน
อย่างไรก็ตาม 20 ปีให้หลังนี้ การตีกลองสะบัดชัยแบบหลังนี้ก็ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีฝ่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูของหลาย ๆ หน่วยงานให้การสนับสนุน เพราะเห็นว่าเป็นศิลปะการแสดงที่ตื่นเต้น เร้าใจและออกลีลาได้ชัดเจน ศิลปะในการตีเริ่มมีมาตรฐานเมื่อวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่บรรจุวิชาการตีกลองสะบัดชัยเข้าในหลักสูตร โดยมี ครูคำ กาไวย์ เป็นผู้ฝึกสอน โดยเริ่มจากการทำความเคารพผู้ชม ขอขมากลอง ไหว้ครู ฟ้องเชิง จับไม่ตีขึ้นฟ้อนในลีลาการฟ้อนดาบ ตีจังหวะช้าและเร็วขึ้นในที่สุดจนจบแล้วทำความเคารพผู้ชมอีกครั้ง
ปัจจุบันการแสดงการตีกลองสะบัดชัยเป็นที่นิยมแพร่หลาย มีการประกวดหรือแข่งขันกันทุกปี การประดิษฐ์ท่าทางใหม่ ๆ เพื่อเอาชนะในการแข่งขันเป็นไปอย่างไร้ขอบเขต มีการแปรขบวน ต่อตัว พ่นไฟ ใช้กลองตะหลดปด ซึ่งเป็นกลองประกอบจังหวะเฉพาะของวงกลองตึ่งนงมาประกอบด้วย ทำให้น่าเป็นห่วงว่าจะมีการพัฒนาเลยเถิด จนขาดเอกลักษณ์ไปในที่สุด

รวมเว็บไซต์สำคัญในจังหวัดเชียงราย

ททท ภาคเหนือเขต 2 | เทศบาลนครเชียงราย | จังหวัดเชียงราย | อี-เชียงราย | สวท.เชียงราย | พระตำหนักดอยตุง | เชียงรายทูเดย์ | ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน | ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย | เซ็น อุทยานสวนชา | ท่องเที่ยวชนเผ่า | มูลนิธิกระจกเงา | วัดร่องขุ่น | วนา ฟาร์มนกกระจอกเทศ | อุทยานแห่งชาติ | เชียงรายโฟกัส | เจียงฮายสะปายกล้อง |สถานีขนส่งแห่งที่ 2

eXTReMe Tracker
Copyright ? 2009 http://www.lovemaesai.com.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form

สงวนสิทธิ์ทุกข้อความ / รูปภาพ หากต้องการข้อมูลภายในเว็บไซต์กรุณาติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ EMAIL