ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
เมษายน 24, 2014, 06:40:40 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  แม่สายฟอรั่ม
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลแม่สาย
| |-+  เรื่องราวน่าอ่าน
| | |-+  แม่สายสะอื้น
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: แม่สายสะอื้น  (อ่าน 2929 ครั้ง)
admin
Administrator
ปริญญาเอก
*****
กระทู้: 1619



| | « เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2010, 09:41:20 PM »

นวนิยายเรื่อง แม่สายสะอื้น

   
      แม่สายสะอื้น เป็นนวนิยายขนาดยาว มีโครงเรื่องแตกต่างจากตำนานรัก ของสาวเหนือ โดยทั่วไป แม้จะยังรักษาแนวทาง 'พระเอกเมืองกรุง นางเอกเอื้องเหนือ'

นันทาวดี ศรีสุริยวงศ์ เป็นบุตรคนเดียวของเจ้าหม่อมแว่นทิพย์ เจ้านายไทย ลื้อ แห่งนครเชียงรุ้ง นาถ ศรีสุริยวงศ์ บิดาของเธอเป็นพ่อค้า ผู้เป็นนักเผชิญโชคจาก พระนคร เขามีความเด็ดเดี่ยว และเป็นนักอุดมคติผู้ศรัทธาในความดีงาม เมื่อนันทาวดี อายุเพียง ๕ ขวบ มารดาของเธอก็วายชนม์ ผู้เป็นบิดาจึงต้องเลี้ยงดูเธอมาตามลำพัง นันทาวดีสำเร็จการศึกษาพับบลิกสกูลในเชียงตุงก่อน แล้วเธอจึงเข้ามาเรียนระดับมัธยม ศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดเวลาที่เธอเติบโตขึ้นมานี้ นันทาวดีได้รักการปลูกฝัง นิสัยเด็ดเดี่ยว อดทน เสียสละ และความคิดเกี่ยวกับเรื่องการอุทิศตนเพื่อการศึกษาให้ แก่เยาวชนตามความฝันของบิดา

โครงเรื่องให้ความสำคัญเท่าๆ กัน ระหว่างความรักของนันทาวดีที่มีต่อชาย ต่างถิ่นจากเมืองกรุง รัชต์ วัฒนา กับการดำเนินชีวิตที่เปี่ยมด้วยอุดมคติของนาถ ศรีสุริยวงศ์ และ วิฑูรย์ อินทร ชายหนุ่มผู้มีศรัทธาอย่างลึกซึ้งต่อนาถ และชุมชนชาวแม่ สาย ผู้แสวงหาอนาคตการศึกษาให้แก่ลูกหลานของตนด้วยการก่อตั้งโรงเรียนราษฎร์ แห่งแรกขึ้นในอำเภอแม่สาย สุดท้ายเหตุการณ์ต่างก็จบลงเหมือนกันคือ ชีวิตของ นันทาวดีแหลกสลาย ความรักของเธอเป็นสิ่งลวง แถมรัชต์ วัฒนา ยังทรยศ หลอก ลวงน้องเลี้ยงของเธออีกคนหนึ่งและการก่อสร้างเพื่อขยายโรงเรียนใหม่ก็ล้มเหลว เพราะเงินทองที่สู้สะสมมาจากการบริจาคของผู้มีนำใจและศรัทธานั้นถูกขโมยไปหมด โดยนายรัชต์ วัฒนา จิ้งจอกเมืองกรุง

 

นาถ ศรีสุริยวงศ์ ดูเป็นคนเฉลียวฉลาด รู้เท่าทันโลก เข้าใจความมีอยู่เป็น อยู่ และสิ่งที่ต้องเป็นไป เขามีศรัทธาล้นปรี่ที่จะมีชีวิตอยู่ และทั้งหมดของชีวิตเขา นาถอุทิศเพื่อการศึกษาของเยาวชนชนบท นาถผู้นี้เป็นผู้มีปรัชญาอยู่ว่ามนุษย์ควรมี ชีวิตอยู่โดยยังประโยชน์ให้แก่สังคม นาถสร้างโรงเรียนราษฎร์ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชน แห่งแรกขึ้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งอยู่ติดกับเขตภูเขาเชื่อมต่อกับรัฐฉานของพม่า เขา เห็นว่าการศึกษาเป็นเครื่องมืออันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนความโง่เป็นความฉลาด การศึกษา เท่านั้นจะสร้างคนให้เป็นคนที่แท้ และการศึกษาสำหรับเขาต้องไม่ใช่การค้าด้วย อุดมการณ์อันหนักแน่นของนาถ ดูเป็นจริงเป็นจังอยู่ทุกนาที ทั้งในตัวของเขาและผู้ คนที่แวดล้อม ได้รับการถ่ายทอดความคิดไปจากเขา

นันทาวดี บุตรีของนาถ เป็นผู้ร่วมก่อสานให้อุดมการณ์ของนาถ ศรีสุริยวงศ์ เป็นจริง เธอสืบทอดเจตนาของบิดาทุกประการด้วยความศรัทธา และความเข้าใจชีวิต ตามที่บิดาวางแนวทางไว้ การที่นันทาวดีเกิดเติบโตขึ้นในสังคมชนบท ยิ่งทำให้อุดมคติ ของเธอไม่ใช่สิ่งลำบากที่เธอจะยึดถือ เพราะนันทาวดีเข้ากันได้กับชีวิตชนบทอย่างถ่อง แท้ เธอเป็นส่วนหนึ่งของแม่สาย และเป็นส่วนหนึ่งของชาวเขาชาวดอยโดยปราศจาก ช่องว่างหรือความดูหมิ่นถิ่นแคลน ความสดใส ซื่อบริสุทธิ์ของ 'ครูนันท์' ตลอดเรื่องนี้ เป็นสิ่งอันน่ารักใสสะอาด ที่ชุบชีวิตหมู่บ้านให้มีชีวิตชีวา

ชีวิตของชุมชนดำเนินไปโดยเอิบอาบด้วยน้ำใจไมตรีดังนี้ คือ โรงเรียนนันทา วิทยาลัย ต้อนรับนักเรียนจากทุ่งนาป่าเขาโดยไม่แยกเผ่าพันธุ์ นาถผู้เป็นบิดาให้ความรัก ใคร่ และช่วยเหลือเจือจานชาวบ้านดุจญาติสนิท ในฐานะที่เขาเป็นพ่อค้ามาก่อนและได้มา ลงทุนลงแรงตั้งโรงเรียนขึ้น ช่วยให้ลูกหลานชาวบ้านได้เรียนหนังสือ นาถได้วิฑูรย์ หนุ่มชาวไทยลื้อผู้ศรัทธาต่อเขาอย่างจริงใจมาเป็นครูใหญ่ ช่วยงานเขาทุกอย่าง นันทาวดี หรือ ครูนันท์เป็นที่รักของชาวบ้านและเด็กชาวดอยยิ่งนัก ครูนันท์พร้อมกับเพื่อนครูของ เธอ ขี่จักรยานคู่ชีพออกไปเยี่ยมลูกหลานของชาวบ้าน และช่วยดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ แก่พวกเขาอีกด้วย

ความหวังและเส้นทางชีวิตของนาถ ศรีสุริยวงศ์ และบุตรีของเขาไม่อาจดำเนิน ไปดังที่หวังไว้ รัชต์ วัฒนา เป็นคนจำพวกจิ้งจอกสังคม ที่บังเอิญพลัดหลงเข้ามาสมัคร เป็นครู ณ โรงเรียนนันทาวิทยาแห่งนี้ เขาลวงให้นันทาวดีหลงรักเขาและสุดท้ายเขาตอบ สนองเธอด้วยความหลอกลวง เห็นแก่ตัวเอารัดเอาเปรียบ ทรยศหักหลัง "ชีวิตและโลก เป็นเช่นนี้เอง คนดีที่สุดคือคนที่ต้องทนทรมานมากที่สุด คนซื่อคือผู้ถูกหลอกลวงอยู่เสมอ" (๒๔๗) รัชต์ วัฒนา "ต้อน" สาวน้อยนันทาวดี ผู้แสนซื่อ ด้วยคารมหวานหู ด้วยท่วงทีกิริยา ที่ปรุงแต่งให้ดูน่ายกย่องแบบชาวกรุง ด้วยการเสแสร้งว่าเขาศรัทธาในคุณงามความดี ของเธออย่างแท้จริง นันทาวดีไม่ใช่สาวเหนือใจง่าย ความคิดเรื่องคุณค่าของชีวิตที่พ่อ ปลูกฝังให้แก่เธอ และวิถีชีวิตแบบ 'ติดดิน' ของชาวชนบท ทำให้เธอไม่อาจตกลงปลงใจ ไปกับเขาสุดตัว เธอมีสติยั้งคิดและสงสัยในตัวรัชต์ วัฒนา ผู้ซึ่งดูมีชีวิตหยิบหย่งและไร้ สาระอยู่เสมอ รัชต์ วัฒนา ผู้ถอดแบบบุคลิกของมนุษย์ลวงโลกจึงต้องใช้อุบายเพิ่มเติม อีกมากเพื่อเผด็จความสงสัยสับสนของเธอเสีย เขาต้องใช้วิธีลวงล่อให้เธอลงมาพบเขา ในที่สงัดในคืนวันหนึ่ง และแน่ละหลังจากคืนนี้เป็นต้นไป นันทาวดีก็จะพลัดตกลงสู่บ่วง แห่งกิเลสรักตามธรรมชาติวิสัย เกินกำลังที่เธอจะต้านทานไว้ได้อีก

เป็นไปไม่ได้เลยที่รัชต์ วัฒนา จะได้เชยชมนันทาวดี ครั้งต่อๆ ไปอย่างง่ายๆ สภาพสังคมถิ่นชนบท ขนบประเพณี รวมทั้งความยึดมั่นต่ออุดมคติ และศักดิ์ศรีที่ได้รับ ถ่ายทอดจากพ่อ ทำให้นันทาวดีเก็บความรู้สึกแห่งความอ่อนไหวไว้เสียแต่ภายใน เธอรับ รักเขาแล้ว เธอให้ความหวัง แต่เขาจะต้องพิสูจน์ตนเองต่อหน้าพ่อและผู้คนไปอีกนานที เดียวกว่าจะได้ครอบครองหรือเสพสุขจากเธอ ผู้แต่ง สามารถทำให้ผู้อ่านเห็นได้ว่า ชีวิตจริงของการทำงานและขนบประเพณี เป็นปราการด่านสำคัญที่รัชต์ไม่อาจใช้ความล่อลวงของเขาฝ่าเข้าไปได้ รัชต์ วัฒนา ไม่ สามารถสู้กับการงาน และเปลี่ยนตัวของเขาให้เคารพศักดิ์ศรีของชนพื้นถิ่น และแน่ละเขา ไม่มีวันที่จะมีแม้แต่อุดมคติชีวิตแบบนั้น ในเวลาอันบังเอิญยิ่ง รัชต์ วัฒนา ได้ล่อลวง หน่าซอ น้องสาวเลี้ยงของนันทาวดี ให้ตกเป็นของเขาอีกคนหนึ่ง และนี่กลายเป็นชนวน ให้นันทาวดีได้มีโอกาสรู้เช่นเห็นชาติในตัวเขา และเธอตัดสินใจเด็ดขาดบอกเลิกความรัก ของเธอกับรัชต์ วัฒนา

มันยังไม่สายเกินไปหรือ เปล่าเลยมันสายไปเสียแล้ว นันทาวดีได้สูญเสียความ รักอันบริสุทธิ์ใจ สูญเสียความเชื่อมมั่นศรัทธาที่เธอมีต่อโลก สายตาอันซื่อบริสุทธิ์ ซึ่ง เคยเป็นพลังให้เธอทำงานเพื่อชาวบ้านโดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อยนั้น มาบัดนี้เต็มไปด้วยความ ขุ่นมัว และชืดชา

ชะตากรรมได้กระหน่ำซ้ำเติมผู้คนแห่งชนบทเหล่านี้อีก ด้วยการที่ รัชต์ วัฒนา ตัดสินใจลาจากโรงเรียนนันทาวิทยา เพราะเขาไม่มีความหวังจะใช้ความหลอกลวงที่นี้ต่อ ไปได้อีก แต่เขาไม่ได้จากไปเปล่า เขาขโมยเงินบริจาคสร้างโรงเรียน 'นันทาวิทยา' แห่ง ใหม่จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ไปด้วย และนี่ก็คือมูลเหตุที่ทำให้ นาถ ศรีสุริยวงศ์ ต้องมาไต่ สวนจนรู้ความจริงเรื่องนันทาวดี ที่สามารถทำลายความใฝ่ฝันของเขาลงยับเยินในพริบ ตาเดียว

นาถ ไม่มีอนาคตอีกแล้ว เขาจะหาเงินที่ไหนมาชดใช้ให้แก่เรื่องราวเช่นนี้ ใคร จะเชื่อบ้างว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เกียรติยศ และความเชื่อมั่นศรัทธาที่พวกเขาสร้างขึ้นมา ย่อมจะเป็นที่เคลือบแคลงสำหรับชาวบ้าน และค่อยๆ หมดสิ้นไป และนันทาวดี บุตรี คนเดียวของเขาเล่า เธอไม่ได้ขยี้หัวใจของเขาเสียแล้วหรือ และยังจะหน่าซอ ลูกเลี้ยง ของเขาอีกคนหนึ่ง ที่ต้องสังเวยความบริสุทธิ์ให้แก่จิ้งจอกเมืองกรุง นาถจึงได้เลือก เอาการดื่มสุราเช้าจรดเย็นเป็นทางออก และไม่สามารถจะมี นาถ-พ่อครูคนเดิมอีกแล้ว

สุดท้ายไม่มีคำให้อภัยจากนาถ เขาไม่ยอมให้อภัยแก่ความผิดของนันทาวดี เลย นันทาวดีได้ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงหมายล้างแค้นของเธอและของพ่อ รวมทั้ง ของชาวบ้าน ความยับเยินทางใจทำให้นันทาวดีผู้แสนซื่อกร้านแกร่งต่อชีวิต แต่แล้วมีด ที่เธอใช้เป็นอาวุธจ้วงแทงเขาก็เพียงแต่แฉลบแขนขวาของเขาเท่านั้น นันทาวดีกลับบ้าน อย่างคนไร้หวัง แต่ทว่าเธอกลับมาเพื่อจะรับข่าวร้ายยิ่งกว่าเดิม หน่าซอน้องเลี้ยงของ เธอแท้งลูก ซึ่งมีคนเลวอย่างรัชต์เป็นผู้ให้กำเนิด และเธอสิ้นชีวิตในวงแขนของนันทาวดี พ่อของเธอก็เสียชีวิตลงเพราะเขาดื่มอย่างหนัก

ทั้งหมดนี้เพียงพอแล้วที่ครูนันท์ของทุกคนจะอยู่ในภาวะจิตสลายเธอเดินทาง ออกจากหมู่บ้านอย่างเลื่อนลอย พันโทหย่างซี ผู้บังคับการทหารชาวต่างชาติแห่งดอยสูง เขตติดต่อไทยกับแคว้นฉาน พบเธอในป่าในสภาพคนที่ตัดสินใจตายไปจากโลก เขาให้ สติแก่เธอ แต่นันทาวดีได้ทำร้ายชีวิตของเธออย่างรุนแรงซ้ำลงไปอีก นันทาวดีกล่าวว่า "ดิฉันต้องการหนีจากสิ่งเก่าๆ ทุกอย่าง พาดิฉันไปเถอะค่ะพาไปให้พ้น จากทุกๆ คน วิญญาณของพ่อคงสาปแช่งดิฉันอยู่ที่นั่น ท่านไม่มีวันจะอภัย ให้แก่ความเลวทรามของดิฉัน...ดิฉันไม่มีความรัก...ดิฉันจะไปกับคุณและตาย กับทหารของคุณ ดิฉันไม่มีค่าสำหรับคนไทย ไม่มีค่าแม้แต่กับชาวชนบทชาย แดนซึ่งเคย รักเชื่อถือเหลือเกิน" (หน้า ๖๔๙ และ ๖๕๔) นันทาวดีได้ทุ่มชีวิตของเธอลงไปกับเปลวไฟชีวิตที่เผาไหม้ทำลายเธอหมดสิ้น เธอเป็นภรรยา "แต่ตัว" โดยปราศจากหัวใจของพันตรีหย่างซีเหยิน ผู้รับเธอไว้ด้วยความ เข้าใจและปรานี อย่างลูกผู้ชาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่ได้หัวใจของเธอมาเลย

นันทาวดีใช้ชีวิตอยู่บนค่ายทหารบนดอยสูง เป็นเวลาราว ๖ เดือนตลอดเวลา นี้เธอมิได้มีสติสมบูรณ์เยี่ยงคนทั้งหลายอีก เธอไม่ได้รักผู้การหย่างซีซึ่งยอมรับเธอไว้ โดยความจำเป็น แต่เธอก็มิได้รังเกียจที่จะอิงแอบแนบชิดอยู่กับเขาบางเวลา เมื่อหลุด พ้นจากอารมณ์อันมืดคลุ้มของกิเลสวิสัย เธอก็เกิดความขยะแขยงในสภาพของตนเอง อย่างบอกไม่ถูก และเมื่อหาทางออกได้ไม่พบ เธอก็เดินกลับเข้าสู่ความมืดเหมือนเก่า 'เสียงสะอื้นของแม่สาย' ไม่ใช่เสียงสะอื้นของสาวเหนือใจง่าย ผู้พลีชีวิตให้แก่ชายลวง โลก แต่เสียงสะอื้นของแม่สาย เป็นเสียงสะอื้นเพื่อแสดงความอาลัยรัก ต่อการจากไปและ ความพ่ายแพ้ของผู้เพียรกอปรคุณงามความดี เสียงสะอื้นนี้แสดงความสิ้นหวังต่อผู้อ่อน แอเสียเปรียบที่คอยแต่จะถูกเหยียบย่ำทำลายจากผู้ที่ "เหนือกว่า" อย่างไม่รู้จบสิ้น โดยที่ ป่วยการจะถามหาความเป็นธรรมจากโลก แม่สายเป็นชายแดนที่ชาวบ้านห่างไกลจาก สีสันอารยธรรม แต่ก็ยังไม่วายจะถูกทำร้าย โดยความอำมหิตของสังคมเมืองเช่นนี้

อากาศเดือนธันวาคม หนาวจัดและหนาวอย่างทารุณ วิฑูรย์ อินทร ผู้จงรัก ภักดีต่อนันทาวดี มิเสื่อมคลายได้พบศพของนันทาวดีในลำน้ำแม่สาย พันโทหย่างซีเหยิน เดินทางกลับไต้หวันตามภาระหน้าที่ของเขา โดยที่เขาอ้อนวอนขอร้องไห้นันทาวดีกลับ ไปอยู่ในความอุปการะของวิฑูรย์ อินทร ซึ่งย่อมรอให้ความจงรักแก่เธอเสมอโดยเต็ม ใจ แต่นันทาวดีได้เลือกใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของเธอในกระต๊อบไม้ไผ่กับครอบครัวมูเซอ ที่ยากจน นันทาวดีเดินฝ่าความหนาวเย็นจากหมู่บ้านบนดอย ไปยังแม่สายก็เพื่อหาซื้อยา ให้แก่ลูกน้อยของหญิงมูเซอนั้น และเธอก็เสียชีวิตลงขณะข้ามลำน้ำแม่สายทั้งที่ในมือก็ ยังกำยาไว้แน่นนั่นเอง

ซื้อหนังสือได้ที่ ร้านดอกหญ้า
 
บันทึกการเข้า


หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


eXTReMe Tracker


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.156 วินาที กับ 21 คำสั่ง