ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
เมษายน 24, 2014, 08:56:51 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  แม่สายฟอรั่ม
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลแม่สาย
| |-+  ชนเผ่าในแม่สาย
| | |-+  ไทยเขิน(ขึน)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ไทยเขิน(ขึน)  (อ่าน 5134 ครั้ง)
admin
Administrator
ปริญญาเอก
*****
กระทู้: 1619



| | « เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2010, 01:16:01 PM »

จากแผ่นพับเผยแพร่ความรู้ของ ชมรมอนุรักษ์วันฒนธรรมไทยเขิน แม่สาย ได้ระบุไว้ว่า "ไทเขิน นับอยู่ในกลุ่มคนที่พูดภาษาตระกูลไทย สาขาจ้วงไทย ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในภาคอุษาคเนย์กลุ่มหนึ่ง และได้แยกสาขามาจากกลุ่มไทยโยนก (ไทยยวน หรือคนเมือง) แล้วขึ้นไปตั้งเมืองเชียงตุงบริเวณลุ่มแม่น้ำเขิน ตั้งแต่ ปีพ.ศ.1796"

ประวัติ

        เมื่อพญาเม็งรายเสด็จประพาสตลาด อสนีบาตได้ตกถูกพญาเม็งราย (ฟ้าผ่า) สวรรคตท่ามเมืองนั่นเอง (กลางเมืองเชียงใหม่) พญาไชยสงคราม ราชบุตรของพระยาเม็งรายซึ่งปกครองเมืองเชียงราย ได้ลงมาถวายพระเพลิงพระศพพระบิดา และได้อยู่จัดการกิจการภายในเชียงใหม่เป็นเวลา 4 เดือน แล้วได้ทำการอภิเษกท้าวแสนภูผู้ซึ่งเป็นราชบุตรให้เป็นพญาครองเมืองเชียงใหม่สืบต่อจากพญาเม็งราย แล้วพญาไชยสงครามก็เสด็จกลับยังเชียงราย

        เจ้าขุนเครือทราบข่าวว่าพญาเม็งรายสิ้นพระชนม์ก็หมายจะครอบครองเมืองเชียงใหม่ จึงได้ยกกองทัพเข้ามายังเมืองกุมกามก่อน พญาแสนภูมิได้ต่อสู้ แต่ได้นำความไปแจ้งแก่พระบิดา คือพญาไชยสงครามทราบถึงเมืองเชียงราย เจ้าขุนเครือก็เลยเข้ายึดเมืองเชียงใหม่ได้โดยง่ายดาย

        พญาไชยสงครามจึงมีราชโองการให้ท้าวน้ำท่วม ราชโอรสซึ่งตอนนั้นครองเมืองฝาง ให้ยกกองทัพไปตีเมืองเชียงใหม่คืนจากขุนเครือ ท้าวน้ำท่วมก็ได้ทำตามบัญชาดังกล่าว และสามารถจับตัวเจ้าขุนเครือไว้ได้สำเร็จ

        พญาไชยก็ได้เสด็จลงมาจากเมืองเชียงราย เพื่อทำการอภิเษกพ่อท้าวน้ำท่วมให้เป็นพญาครองเมืองเชียงใหม่ แล้วพระองค์ก็เสด็จกลับไปครองเชียงรายตามเดิม

        2 ปีผ่านไปพญาไชยสงครามทรงระแวงพระทัยว่าพ่อท้าวน้ำท่วมจะคิดกบฏ จึงให้ท้าวงั่ว อนุชาของพระองค์มากุมเอาตัวพ่อท้าวน้ำท่วมส่งไปยังเมืองเชียงตุง แล้วให้ดำรงตำแหน่งพญาครองเมืองเชียงตุงสืบไป

ศิริแล้วราชวงศ์ไทเขินมีพระกษัตริย์ครองเมืองทั้งหมด 41 พระองค์ด้วย ซึ่งองค์สุดท้ายคือเจ้าฟ้าจายหลวงมังราย

วัฒนธรรมไทเขิน
        วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยเขิน รวมกระทั่งพุทธศาสนา และตัวอักษรธรรมล้านนา โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้วพบว่า นำไปจากอาณาจักรเงินยางเชียงแสน ขึ้นไปเผยแพร่ในเมืองเชียงตุง ในช่วงสมัยเจ้าเจ็ดปัน กษัติตูองค์ที่ 6

ศิลปะการแสดงที่นิยมเล่นกันตามงามประเพณีต่าง ๆ มีหลายอย่างด้วยกัน อาทิเช่น


        1.ฟ้อนรำหางนกยุง
        2.ฟ้อนฆ้องเซิง
        3.ฟ้อนรำนก
        4.ฟ้อนรำโต
        5.ฟ้อนรำดาบ
        6.การอ่านมาด
        7.การขับเสิน ขับซอ
        8.ฟ้อนแปดนางพี่น้อง
        9.ฟ้อนนางนาค
การฟ้อนนางนก หรือ ฟ้อนรำนก หรือฟ้อนกินรีกินรา

        การฟ้อนนางนก หรือการฟ้อนกินรีกินราเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยใหญ่และไทยขึน (ไทเขิน) ตามตำนานของพี่น้องชาวไทยใหญ่ได้กล่าวถึงสัตว์นี้ว่า เป็นสัตว์ป่าหิมพานต์จำพวกหนึ่ง ที่มีลักษณะแปลกคือมีลักษณะครึ่งคน ครึ่งสัตว์ปีก ตามตำนานกล่าวไว้ว่า กินรีกินราเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ได้ไปฟ้อนเป็นพุทธบูชาเพื่อรับเสด็จสมเด็จองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งที่พระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากไปโปรดพระมารดาอยู่นั้นเป็นเวลา 3 เดือน
         กินรีกินราเป็นสัตว์ป่าหิมพานต์ที่มีความรัก ความซื่อสัตว์ต่อซึ่งกันและกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ตายลงไป อีกฝ่ายหนึ่งก้จะตรอมใจตายตามกันไป ก็เพราะด้วยความรักและความอาบัยที่มีต่อกันดั่งกินรีกินรานี้ ชาวไทยใหญ่จึงนับถือเป็นเครื่องหมายและสัญลักษณ์ของความรัก และความซื่อสัตย์นั่นเอง

ฟ้อนมองเซิ้ง

        ฟ้อนมองเซิ้ง คำว่า "มองเซิ้ง" ในภาษาไทเขิน แปลว่า "ฆ้องชุด" เวลามีงานบุญมีฉลอง สมโภช และขบวนแห่ต่างๆ จะใช้ "มองเซิ้ง"ตลอด เพราะเวลาตี"มองเซิ้ง"เสียงจะดังก้องกังวาล ถึงชั้นฟ้า สวรรค์วิมานของเทวบุตรเทวดาที่อาศัยอยู่บนชั้นสวรรค์ เมื่อเทวดาได้ยินเสียงก็จะลง มาให้ศีลให้พรแก่งานบุญนั้นๆไป ก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของพี่น้องไทเขิน เมื่อมีงานบุญและ ฉลองสมโภชต่างๆ ก็นิยมให้มีขบวน"มองเซิ้ง"สืบกันมา การฟ้อน"มองเซิ้ง"จะใช้ผู้หญิงแต่งกาย ตามท้องถิ่นนั้นๆไป พี่น้องไทเขินนิยมแต่งกาย คือ ใส่เสื้อรัดรูปเอวลอยแขนสามส่วน มีสายหน้า ป้ายข้างผ้าโพกศีรษะ นุ่งผ้าซิ่นตามแบบไทเขิน

ก้าลายแลว

         การก้าลายแลว คือ การฟ้อนด้วยดาบ เป็นศิลปะวัฒนธรรมการแสดงอย่างหนึ่ง การก้าลายแลว นั้นเป็นศิลปะการป้องกันตัว เพราะในสมัยนั้น ผู้ชายเวลาออกจากบ้าน มักนิยมเหน็บแลว (ดาบ) พร้อมถุงสะพายติดตัวไปด้วยเสมอ เมื่อมีครอบครัว ก็ใช้ก้า แลว ปกป้องคุ้มครองชีวิตในครอบครัว การก้าลายแลวแต่ละชนเผ่าจะไม่เหมือนกันจะมี เอกลักษณ์เป็นของตนเอง

ฟ้อนแปดนางพี่น้อง

        การฟ้อน"แปดนางพี่น้อง" นี้เป็นวัฒธรรมของชาวไทเขิน ซึ่งถิ่นเดิมอาศัยอยู่ทางเชียงตุง รัฐฉาน การฟ้อน"แปดนางพี่น้อง" ในสมัยก่อนบ้านเมืองเกิดกลียุคทางเจ้าเมืองมีนิมิตรให้สะเดาะ เคราะห์ ทั้งแปด จึงได้นำเอาพี่น้องแปดนางมาฟ้อนรำเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์บ้านเมือง
        การแต่งกายของการฟ้อนมีเอกลักษณ์ของชาวไทเขิน เสียงเพลงที่ใช้ประกอบนี้ จะมีลักษณะ คล้ายกับการแสดงเพลงซอที่ชื่อ สุจวัณณะบัวหลวง ของทางเชียงใหม่
         การฟ้อน"แปดนางพี่น้อง"จะมีอีกอย่างหนึ่งคือ การฟ้อน"นางบัวคำ"เป็นที่รู้จักของพี่น้องไทเขิน

ฟ้อนนางนาค

        การแสดงชุดฟ้อนนางนาคนี้ เพื่อให้ความเคารพและบูชาองค์พญานาคเพื่อให้ องค์พญานาคปกป้องรักษาไม่ให้เกิดภัยอันตรายแก่ชาวบ้านชาวเมืองการแสดง ฟ้อน นางนาคนี้เป็นศิลปเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของพี่น้องไทเขิน บวกกับช่วงท่ารำฟ้อนที่อ่อน ช้อย และมีเพลงบรรเลงดนตรีที่ไพเราะเป็นแบบฉบับโดยเฉพาะ เมื่อสมัยก่อนจะใช้ชุด ฟ้อนนางนาคนี้ไว้สำหรับฟ้อนต้อนรับเจ้าเมือง เมื่อมีพิธีกรรมต่างๆและแขกต่างเมือง

การฟ้อนโต

        การฟ้อนโตนี้เป็นการแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งของชาวไทยใหญ่ไทยเขิน คำว่า"โต"นี้เป็นชื่อเรียกเฉพาะของสัตว์ป่าหิมพานต์จำพวกหนึ่ง เพราะในบรรดาสัตว์ป่าหิมพานต์หลาย ๆ ชนิดที่ได้ไปฟ้อนเป็นพุทธบูชาเพื่อรับเสด็จองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ก็มีโตรวมอยู่ด้วย
        โตเป็นสัตว์ป่าหิมพานต์ที่มีลักษณะเฉกเช่นเดียวกันสัตว์ป่าหิมพานต์อื่น กล่าวคือ จะมีสัตว์หลาย ๆ ชนิดรวมอยู่ในร่างเดียวกัน เช่น จามรี กลาง เลียงผา และสิงโต อาหารที่โปรดปรานมากที่สุดคือ เงินทอง จนมีคำกล่าวถึงสัตว์นี้ว่า "มีตัวเป็นสิงโต มีหัวเป็นกวาง มีหางเป็นเยือง แอ่วเตียวเมืองกินเงินกินทองเป็นอาหาร" คำว่เยืองหมายถึงเลียงผา
        การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงที่ยากชนิดหนึ่ง เพราะต้องใช้ผู้แสดงร่วมกันถึงสองคน และต้องฝึกฝนมาอย่างดี ต้องรู้จิตรู้ใจซึ่งกันและกัน จึงจะแสดงการฟ้อนโตให้ออกมาได้ดี

        ต่อมาในสมัยท้าวมหาขนาน หรือเจ้าฟ้าดวงแสง องค์ที่ 32 ของวงศ์เชียงตุง วัฒนธรรมประเพณีซึ่งไปจากนครเงินยางเชียงแสนได้แปลร่างกลายรูปเป็นวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยเขินเต็มใบไปโดยกาลเวลานิยมของโลก

ประเพณี 12 เดือนของชาวไทยเขิน
        - เดือนหก (เมษายน) ประเพณีแขวนกลองและขอน้ำฝน
        - เด็อนเจ็ด (พฤษภาคม) ประเพณีไหว้พระธาตุ จุดบั้งไฟจรวด และอ่านมาด (กลอนยาว)
        - เดือนแปด (มิถุนายน) ประเพณีทำบุญเจดีย์ทราย 108 องค์ และประเพณีสืบชะตาเมือง
        - เดือนเก้า (กรกฏาคม) ประเพณีเข้าพรรษา และส่งพระเคราะห์เมือง
        - เดือนสิบ (สิงหาคม) ประเพณีชุมนุมอุโบสถครั้งใหญ่
        - เดือนสิบเอ็ด (กันยายน) ประเพณีตั้งธรรมหาป๋าง หรือฟังเทศน์พระธรรมมหาเวสสันดรชาดก
        - เดือนสิบสอง (ตุลาคม) ประเพณีออกพรรษา ทำบุญต้นแปก (ต้นเกี๊ยะ) และจุดบั้งไฟดอกไม้
        - เดือนเกี๋ยง (พฤศจิกายน) ประเพณีถวายผ้ากฐิน และทำบุญบูชาพระเจ้าหลวงระแข่ง
        - เดือนยี่ (ธันวาคม) ประเพณีเข้าปริวาสกรรม และทำบุญทวายน้ำอ้อย
        - เดือนสาม (มกราคม) ประเพณีบูชาเทวดาหนองตุง
        - เดือนสี่ (กุมภาพันธ์) ประเพณีอุปสมบทพระภิกษุ บรรพชาสามเณร
        - เดือนห้า (มีนาคม) ประเพณีไหว้พระธาตุเจดีย์หนองผา และเดือนแรมเลี้ยงเทวดาอารักษ์ตลาดเก่า


ประวัติความเป็นมาของกลุ่มเยาวชนไทเขิน บ้านแม่สาย หมู่ที่ 1

        ต้องท้าวความไปตอนสมัยผู้อาวุโสในหมู่บ้านที่ได้วางรากฐานไว้ให้กลู่มหนุ่ม-สาวรุ่นหลังได้มีโอกาสสืบทอดเจตนารมณ์ เรื่องศิลปะวัฒนธรรมในด้านการแสดง เริ่มก่อตั้งกลุ่มขึ้นหลังจากได้ก่อตั้งกลุ่มสามัคคีบนดอย ได้ประมาณ 1 ปีเศษ ครั้งแรกในการก่อตั้งได้ใช้ชื่อเป็น แก่บ่าว-แก่สาว (กลุ่มหนุ่ม-สาว) เริ่มก่อตั้งกลุ่มประมาณเมื่อ พ.ศ.2536 โดยมีผู้อาวุโสในหมู่บ้านเป็นที่ปรึกษา ซึ่งเวลานั้นยังเป็นกลุ่มเล็กๆ มีสมาชิกเข้าร่วมประมาณ 30-40 ครัวเรือน ซึ่งก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมหลายแห่ง อาทิเช่น เชียงใหม่,เชียงแสน,และในอำเภอแม่สาย ในตอนนั้นยังไม่ค่อยมีผู้คนรู้จักมากนักและยังขาดปัจจัยหลายอย่าง
         ทางกลุ่มแก่หนุ่ม-แก่สาว (กลุ่มหนุ่ม-สาว) ก็ได้ประคับประคองกันมาด้วยความสมัครสมานสามัคคีของสมาชิก ที่มีใจรักวัฒนธรรมของตนเอง ที่อยากจะเห็นศิลปะวัฒนธรรมของเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของตน ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขว้างมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันจากกลุ่มแก่หนุ่ม-แก่สาว(กลุ่มหนุ่ม-สาว) ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มเยาวชนไทเขินบ้านแม่สาย หมู่ที่ 1 และได้งบประมาณสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงพางคำ (อ.บ.ต.เวียงพางคำ) กลุ่มเยาวชนได้ของบประมาณทางอ.บ.ต.เวียงพางคำ ในปี พ.ศ.2545 มาจัดทำชุดการแสดง รำนก,รำโต,และตัดชุดเสื้อผ้านางฟ้อนรำ และในปี พ.ศ.2546 ได้งบประมาณจากอ.บ.ต.เวียงพางคำ ได้จัดซื้ออุปกรณ์เครื่องดนตรีพื้นเมือง,ตัดชุดเสื้อผ้านางฟ้อนรำ
         ทางกลุ่มเยาวชนไทเขินบ้านแม่สาย ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางส่วนราชการหลายครั้ง ก็พอจะเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในพื้นที่อำเภอแม่สาย และในตัวจังหวัดเชียงราย ก็ต้องขอบพระคุณในความเมตตาของอ.บ.ต.เวียงพางคำ ที่ได้อนุเคราะห์งบประมาณสนับสนุนให้กลุ่มเยาวชนไทเขินบ้านแม่สาย ได้มีโอกาสเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมเชื้อชาติของตนเอง และร่วมกิจกรรมดีๆ กับทางอ.บ.ตเวียงพางคำ มาโดยตลอด
วัตถุประสงค์
        1.เพื่อเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
        2.เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังรู้จักวัฒนธรรมของตนเอง
3.เพื่อให้เยาวชนในหมู่บ้านสมัครสมานสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
4.เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (ห่างไกลยาเสพติด)

กฎระเบียบและข้อบังคับ
        1.ห้ามทะเลาะวิวาทกันภายในกลุ่ม
        2.ห้ามดื่มของมื่นเมาขณะเข้าร่วมกิจกรรมภายในกลุ่ม
        3.เมื่อมีกิจกรรมสมาชิกทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม
        4.สมาชิกทุกคนจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
        5.สมาชิกทุกคนจะต้องไม่เรียกร้องขอผลประโยชน์จากกลุ่ม

มีชุดกิจกรรมการแสดง ดังต่อไปนี้
        1.รำโต มี 3 ตัว มีผู้แสดง 6 คน
        2.รำกินรี-รำกินรา มีผู้แสดง 2 คน
        3.ฟ้อนแปดนาง มีผู้แสดง 8 คน
        4.ฟ้อนฆ้องเซิง มีผู้แสดง 10 คน

ติดต่อการแสดงที่...
        นายน้อย มณีโชติ ประธานกลุ่มเยาวชนไทเขิน(ถ้ำผาจม) โทร. 01-2898523
        นายอ๊อด วรรณโณ ผู้ประสานงานวัฒนธรรมไทเขิน โทร. 04-0457938
บันทึกการเข้า


admin
Administrator
ปริญญาเอก
*****
กระทู้: 1619



| | « ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2011, 12:49:25 PM »




 onion_16
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


eXTReMe Tracker


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.354 วินาที กับ 21 คำสั่ง